บทความต่อไปนี้ เป็นบทสัมภาษณ์วานวาน
ที่เรียบเรียงโดยเว็บยอดนิยม Yahoo ของไต้หวัน
จางลิงค์ต่อไปนี้ Yahoo 奇摩話題 你所不知道的彎彎
 
      จะมีด้วยกันสองภาค ผมแปลภาคแรกมาให้อ่านกันไปก่อนนะครับ
 
      ช่วงนี้วานวานมีกิจกรรมแจกลายเซ็น (หนังสือออกใหม่สองเล่มติดกัน) ตอนนี้เธออยู่สิงคโปร์ บล็อกหน้าหลักส่วนมากจะเป็นพวกข่าวสาร ยังไม่มีการ์ตูนตอนใหม่ ผมเจอบทสัมภาษณ์นี้โพสต์อยู่ที่ fanpage วานวานที่ไต้หวัน อ่านจบก็ตั้งใจจะนำมาแปลให้แฟนๆ ในไทยอ่านกันอยู่แล้ว ระหว่างนี้จึงอ่านบทสัมภาษณ์กันไปก่อนนะครับ แล้วคุณจะรักวานวานมากขึ้น ^^
 
*** *** ***
 
 
 
วานวานที่คุณไม่รู้
 
 
      วันสัมภาษณ์ ผู้เขียนมาถึงชั้นล่างของสำนักพิมพ์ ขณะกำลังรอพบว่ามีสาวสวยหน้าใสคนหนึ่งอยู่ข้างๆ แต่เนื่องจากมีภารกิจที่แฟนๆ ชาว Yahoo เรือนล้านฝากฝังเอาไว้ ผู้เขียนไม่กล้าเสียเวลามองเธอมากไปกว่านั้น จนกระทั่งเราทั้งคู่เดินเข้าไปในประตูบานเดียวกัน จึงรู้ว่าสาวสวยคนนี้ที่แท้ก็คือวานวานนี่เอง! ต้องบอกว่าตัวข้านี้มีตาหามีแววไม่ ราชินีบล็อกอยู่ข้างๆ แต่ดันไม่รู้ตัว
 
     เคราะห์ดีที่วานวานใจกว้าง ก็แค่ยิ้มๆ กับการเสียมารยาทของผมเท่านั้น ความจริงคำถามที่ชาวเน็ตฝากมานั้น บางคำถามก็เครียดมาก แต่วานวานก็ตอบอย่างเป็นกันเอง ตามสไตล์ของคนมองโลกในแง่ดี แฟนคลับของเว็บที่เหนียวแน่นคนหนึ่ง ฝากคำถามที่คมกริบคำถามหนึ่งว่า “หลังจากกลายเป็นคนดังแล้ว มุกตลกและความคิดสร้างสรรค์แบบดั้งเดิม ถูกบั่นทอนให้ลดน้อยลงไปหรือเปล่า” วานวานตอบตรงๆ ว่า “การเปลี่ยนแปลงเป็นสิ่งที่ต้องเกิดขึ้นอย่างแน่นอน คนเราโตขึ้นกันได้ ผลงานของคนเดียวกัน แต่ในช่วงเวลาที่ต่างกัน ก็ย่อมมีความแตกต่าง” ซ้ำยังพูดอย่างจริงใจว่า “คงต้องขอให้พวกคุณยอมรับตัวฉันในตอนนี้!”

     แต่ว่า วานวานที่มักจะยิ้มอารมณ์ดีอยู่เสมอ ก็ได้เปิดเผยมุมที่ผู้อื่นไม่รู้ ระหว่างการสัมภาษณ์ด้วย อย่างเช่นเธอเป็นคนขี้แย ไม่ชอบคุยเรื่องคนที่บ้านกับคนนอก หรืออย่างเช่นที่พี่ชายของเธอไม่ได้ไปร่วมทริปแจกลายเซ็นทั่วไต้หวันกับเธอ เธอถึงกับร้องไห้ทะเลาะกับเจ้าของสนพ. และยังเสียใจที่คนที่บ้านไม่ได้อยู่ด้วยกัน

     น้ำขุ่นไว้ใน น้ำใสไว้นอก อยากนำความสุขไปให้กับทุกคน เก็บความทุกข์เอาไว้กับตัวเอง นี่ก็คือวานวาน คราวนี้วานวานได้เลือกคำถามทั้งหมด 9 ข้อด้วยกัน หวังว่าชาวเน็ตจะรู้จักเธอมากขึ้นจากคำตอบเหล่านี้ ซึ่งเธอจะตอบคำถามอะไรบ้าง โปรดติดตามต่อไป
 
 
*** *** ***
 
 
“ฉันไม่คิดถึงช่วงเวลาในอดีต
เพราะคนเราควรอยู่กับปัจจุบัน”
 
 
Login “KK” ถามว่า
 
     คุณคิดถึงช่วงเวลาก่อนจะเป็นคนดังหรือเปล่า อีกอย่างคือหนังสือเล่มแรกของคุณตลกขนาดนั้น เป็นเพราะสมัยที่คุณยังเป็นคนธรรมดา และมีมุกตลกในชีวิตประจำวันเยอะแยะ ก็เลยอ่านสนุก แต่หลังจากมีชื่อเสียงแล้ว ความสนุก ความตลก รสชาติดั้งเดิมพวกนั้น ลดน้อยถอยลงไปแล้วใช่ไหม
 
 
วานวานตอบว่า
 
     บางทีที่ฉันกลับไปอ่านงานตัวเองสมัยก่อน รู้สึกว่าความคิดเมื่อตอนนั้นมันน่าสนุกดี ความรู้สึกที่ไม่มีการปรุงแต่งเติมแต้ม สมัยที่ฉันสร้างบล็อก ไม่ต้องสนใจว่าจะมีคนเข้ามาดูไหม อยากวาดอะไรก็วาด แต่ตอนนี้ฉันต้องคำนึงถึงหัวข้อนี้ ประเด็นนี้เป็นสากลหรือเปล่า คนอื่นจะรู้เรื่องไหม ดังนั้นความรู้สึกในการสร้างงานจึงเปลี่ยนไป สำหรับข้อนี้ก็เป็นเรื่องจริง
 
     จากบุคคลทั่วไปกลายเป็นบล็อกเกอร์อาชีพ ความแตกต่างที่มากที่สุด น่าจะอยู่ที่ความกดดันในอาชีพ เหมือนกับโจวเจี๋ยหลุนที่ต้องก้าวข้ามตัวเองทุกครั้งเมื่อออกอัลบั้มใหม่ ฉันก็มีความกดดันเรื่องการออกหนังสือ ความกดดันเรื่องการอัพบล็อก ทั้งหมดเป็นเรื่องที่สมัยเป็นบุคคลทั่วไปไม่เคยรับรู้ อีกอย่างเวลาที่วาดอะไรไม่ออก จะรู้สึกหมดแรง ท้อแท้จริงๆ แต่การเปลี่ยนแปลงเช่นนี้เป็นเรื่องที่ต้องเกิดขึ้น คนเรายังไงก็ต้องโตขึ้น อารมณ์ที่ต่างไป วัยที่ต่างกัน ของที่วาดออกมาก็ต้องเป็นของที่ไม่เหมือนกัน ขึ้นอยู่กับผู้อ่านจะยอมรับการเปลี่ยนแปลงนี้ได้หรือเปล่า ฉันไม่เคยคิดถึงช่วงเวลาในอดีต เพราะคนเราต้องอยู่กับปัจจุบันนี่!

     อีกอย่างฉันไม่คิดว่าความคิดสร้างสรรค์ในฐานะของบุคคลธรรมดานั่น ไม่ได้เรียกว่าลดน้อยถอยหาย แต่เป็นการขยายออกไปยังคนละทิศทาง พล็อตเรื่องเปลี่ยนจากพนักงานบริษัท มนุษย์เงินเดือน ไปสู่เรื่องราวในชีวิตประจำวันมากขึ้น แต่เจตคติดั้งเดิมของวานวาน และจิตวิญญาณตรงนี้ไม่ได้เปลี่ยนไป

     ความจริงเรื่องการเขียนงานของฉันไม่มีอะไรเปลี่ยนไปเยอะหรอก แต่การออกงานประชาสัมพันธ์ตามสถานที่สาธารณะต่างหาก ที่ฉันค่อนข้างต่อต้าน บางทียังต้องออกรายการประเภทวาไรตี้โชว์ ฉันจะรู้สึกทรมานมาก คอยถามตัวเองตลอดเวลาว่า ขอฉันวาดรูปอย่างเดียวไม่ได้เหรอ
 
 
ผลงานสมัยม.ปลายของวานวาน เป็นภาพวาดที่เธอชอบที่สุด
 

 
 
*** *** ***
 
 
 
“ฉันอยากนำพาพลังในทางบวก
ความรู้สึกมีความสุขให้กับผู้อื่น
ต่อให้โตขึ้นก็ไม่เปลี่ยน”


Login “Shawn0925” ถามว่า

     วานวานหนีห่าว คุณคิดว่าคุณยังมีพื้นที่ว่างสำหรับเติบโตอีกไหม คุณจะก้าวข้ามตัวเองในตอนนี้อย่างไรได้อีก
 

วานวานตอบว่า

     แต่ก่อนฉันจะวาดแต่การ์ตูนตลกสี่ช่อง ต่อมาออกหนังสือเล่มหนึ่งที่เดินสายความคิดในใจ ตอนนี้เกิดกระแสวิพากย์วิจารณ์สองชั้ว ฝ่ายหนึ่งบอกว่าทำไมไม่ตลกเหมือนแต่ก่อน อีกฝ่ายหนึ่งบอกว่าวานวานก็มีมุมซึ้งๆ เหมือนกันนะ ซ้ำยังสร้างแรงบันดาลใจผู้อื่นได้ด้วย ความจริงก็คือ อาจจะเกี่ยวกับวัยหรือคนรอบข้างด้วยกระมัง วาดรูปนานๆ เข้าในใจก็จะเกิดความรู้สึก แล้วก็อยากจะแบ่งปันความรู้สึกพวกนั้นออกมา

     เวลาที่ผลงานของฉันเริ่มมีอิทธิพล ฉันอยากจะใส่พลังทางบวกเข้าไปอีก เพื่อเป็นเป้าหมายสำหรับน้องๆ เด็กๆ อย่างเช่นมีน้องๆ บางคนจะเขียนคอมเมนต์ถึงฉันว่า “พี่วานวาน หนูอยากหาเงินได้เยอะๆ อย่างพี่วานวาน” ฉันก็จะรีบบอกพวกเขาว่า การคิดแบบนี้มันสวนทางนะ เพราะตัวฉันเองเริ่มจากชอบวาดรูป แล้วถึงได้เจอกับโอกาสดีๆ แบบนี้ ไม่ได้เริ่มจากการที่ฉันอยากมีเงินเยอะๆ ถ้าอยากหาเงินเยอะๆ มีอีกตั้งหลายวิธีจริงไหม

 
สไตล์สาวสวยเต็มขั้น คนละเรื่องกับสไตล์หัวหมั่นโถวสมัยนี้เลยจริงไหม
 
 
 
 

*** *** ***

 
 
“ไม่มีการดังระเบิดในชั่วพริบตา
มีแต่ความพยายามที่ต่อเนื่อง ไม่หยุดนิ่ง”
 
 
Login “Shuaiba” ถามว่า
 
     สวัสดีวานวาน ฉันติดตามผลงานของคุณมานานมากแล้ว อยากถามว่า นอกจากคนในครอบครัวแล้ว ยังมีใครอีกไหมที่คุณนับถือที่สุด หรือมีอิทธิพลต่อชีวิตของคุณที่สุด
 
 
วานวานตอบว่า
 
     ฉันโตมากับการอ่านการ์ตูน ฉันยังจำได้ว่าสมัยนั้น ร้านการ์ตูนละแวกบ้านฉันมีอิทธิพลต่อฉันมากที่สุด บวกกับฉันชอบเลียนแบบโดเรมอนตั้งแต่เด็ก จากนั้นก็วาดครอบครัวของโดเรมอน ดังนั้นคนที่มีอิทธิพลต่อฉันมากที่สุด น่าจะเป็นอาจารย์ฟูจิโอะ ฟูจิโกะ กระมัง

     แต่ที่จดจำได้ดีที่สุดคือ เมื่อก่อนสมัยที่เลียนแบบการ์ตูนสาวตาหวาน ผู้หญิงที่ฉันวาด ตาจะต้องโตๆ เหลี่ยมๆ วิ้งๆ ตอนนั้นอากงของฉันเห็นก็ถามว่า “ทำไมแกวาดดวงตาเหลี่ยมๆ ล่ะ ตาของคนเรามันต้องกลมๆ สิ” ฉันได้ยินคำถามของอากงก็เริ่มเอาไคิด ฉันควรจะวาดสิ่งที่ตัวเองอยากวาด ไม่ใช่เลียนแบบคนอื่น

     ตัววานวานในตอนนี้ มันมาจากภาพวาดตัวเองของฉันสมัยก่อน ชื่อจริงของฉันคือหูเจียเหวย ถ้าออกเสียงเพี้ยนๆ จะเหมือนกับคำว่าหูเจียวเหยียนที่แปลว่าพริกไทยเกลือ ฉันก็เลยวาดคาเรกเตอร์ตัวเองให้เป็นขวดพริกไทย ต่อมายิ่งวาดก็ยิ่งขี้เกียจ ยิ่งวาดก็ยิ่งเรียบขึ้น ง่ายขึ้น สุดท้ายก็คงไว้แต่ลายเส้นที่เรียบง่ายที่สุด ผู้อ่านอาจคิดว่าหัวล้านวาดง่าย แต่ความจริงของที่ยิ่งเรียบง่ายกลับยิ่งวาดยาก

     ภาพที่ฉันวาดในตอนนี้ ต่างก็ได้มาจากการสั่งสมประสบการณ์ เทคนิค ฝีมือตั้งแต่สมัยก่อน ถึงจะวาดออกมาเป็นผลงานอย่างที่เห็น คนหลายคนมักเป็นพวก “นิยมผลสรุป” เห็นแต่ความสำเร็จในตอนท้าย ไม่เคยเห็นช่วงเวลาที่ยากลำบากเมื่อก่อนหน้า เหมือนกับเสี่ยวพั่งหลินอวี้ฉวิน เขาก็ไม่ได้อยู่ๆ ก็ดังเปรี้ยงปร้างขึ้นมาเฉยๆ แต่ต้องอาศัยความพากเพียร พยายามที่ต่อเนื่อง ไม่หยุดนิ่ง บวกกับโอกาสบางโอกาส จึงกลายมาเป็นดารา
 
 
 
 
*** *** ***
 

“ฉันชื่นชมคนที่ครอบครัวสมบูรณ์พร้อม
ได้สุขใจกับการที่ครอบครัวได้อยู่ด้วยกันอย่างพร้อมหน้า”
 
 
Login “Tiandimao” ถามว่า

     อยากทราบว่า ในชีวิตของคุณยังมีอะไรที่ทำไม่ได้อีกไหม แบบว่า ต่อให้คุณจ