วันที่ 17 พฤศจิกายน 2552 01:00

Wan Wan : ราชินีบล็อกแห่งไต้หวัน

หลังจากอินเทอร์เน็ต เริ่มเป็นที่รู้จักในไต้หวัน ปี 2004 สาวออฟฟิศธรรมดาคนหนึ่ง ที่มีเวลาพอจะเล่นเน็ต จึงคิดอยากจะทำบล็อกของตัวเองขึ้นมา เพื่อแบ่งปันความสุข รอยยิ้ม เรื่องราวเฉิ่มๆ โก๊ะๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวันของตัวเอง

จากช่วงแรกที่มีคนเข้าชมบล็อกเพียง 4-5 คน เพื่อเข้ามาอ่านเรื่องราวของเธอผ่านการวาดภาพเป็นการ์ตูนในบล็อก และเริ่มมาเป็นที่รู้จักมากขึ้นเมื่อวาดภาพดิสเพลย์ของเอ็มเอสเอ็น ตัวเลขผู้คลิกเข้าชมจึงไต่ระดับสูงขึ้นเรื่อยๆ
 

เรื่องราวในบล็อกที่มีการกำหนดเนื้อเรื่องอย่างชัดเจน เนื้อหาที่สนุก โครงเรื่องที่ง่ายและเกิดขึ้นได้ในชีวิตประจำวันของใครก็ได้ สำนักพิมพ์แห่งหนึ่งในไต้หวันจึงเล็งเห็นว่าน่าจะนำมารวมเป็นเล่มและพิมพ์ จำหน่าย ปี 2005 บล็อกเกอร์สาวออฟฟิศธรรมดาอย่าง วานวาน (Wan Wan) จึงกลายเป็นบล็อกเกอร์คนแรกของไต้หวันที่มีหนังสือออกมาเป็นเล่ม หนังสือภาพประกอบคำหรือภาพประกอบเรื่องเล่มแรก ไม่ไปทำงานได้ไหมเนี่ย มียอดจำหน่าย 2 แสนเล่มและในปีเดียวกับที่หนังสือเล่มแรกออกวางจำหน่าย ยอดผู้คลิกเข้าบล็อก (ผ่านไปแค่ 1 ปี) สูงถึง 50 ล้านคลิก

วานวานจึงกลายเป็นผู้จุดกระแสการเขียนบล็อกและเด็กในไต้หวันหลายคนต่างบอกว่า "โตขึ้นอยากเป็นแบบพี่วานวาน"
 

ด้วยความโดดเด่นและอายุยังอยู่ในวัยรุ่น ปี 2005 วานวานจึง ได้รับรางวัลผู้มีอิทธิพลในสื่อสิ่งพิมพ์แห่งปีของไต้หวัน เป็นรางวัลที่จัดขึ้นโดยร้านหนังสือแฟรนไชส์ที่ใหญ่ที่สุดของไต้หวัน และได้รับการโหวตจากสื่อมวลชนให้เป็น 1 ใน 10 นักเขียนสำคัญชาวจีน ปี 2007 สถิติการคลิกหนีห่างบล็อกเกอร์คนอื่นออกไปไกลเรื่อยๆ ด้วยยอดผู้คลิก 100 ล้านคลิก กลายเป็นบล็อกแรกของไต้หวันที่มียอดผู้เข้าคลิกสูงสุดถึง 100 ล้านคน และเป็นบล็อกเดียวในไต้หวันที่มียอดคลิกสูงถึง 100 ล้าน จำนวนคลิกต่อวัน ณ ปัจจุบันเฉลี่ยแล้วอยู่ที่ 8 หมื่นคลิก ผู้เข้าชมส่วนใหญ่เป็นชาวไต้หวันและประเทศรอบข้าง ตัวเลขคลิกจนถึงวันที่ให้สัมภาษณ์ (23 ตุลาคม 2552) อยู่ที่ 180 ล้านคลิก จากผลการสำรวจทำให้ทราบว่าคนเข้าอ่านบล็อกส่วนมากเป็นวัย 15-25 ปี และผู้ที่เข้าคลิกอายุอยู่ระหว่าง  7-50 ปี มีทุกเพศ ทุกวัย เด็กประถม วัยทำงาน และผู้เริ่มสูงอายุ
 

วานวาน กล่าวในการให้สัมภาษณ์ว่า อินเทอร์เน็ตและบล็อกเปลี่ยนชีวิต ทำให้ความฝันที่อยากจะเป็นนักวาดภาพการ์ตูนของเธอกลายเป็นจริงขึ้นมา ยิ่งกระแสตอบรับแรงมากเท่าไหร่ ยิ่งรู้สึกเหมือนฝันไป ตัวการ์ตูนวานวาน บล็อกเกอร์สาวได้ทำการออกแบบมาตั้งแต่เรียนอยู่ชั้นมัธยม ซึ่งเธอได้มอบเส้นผมให้กับตัวการ์ตูนไปหนึ่งเส้นจนกลายเป็นเอกลักษณ์ สำหรับเนื้อเรื่องในบล็อกที่กลายเป็นเสน่ห์ก็คือความเป็นกันเอง อารมณ์ขำขัน มุกตลก เรื่องราวในชีวิตประจำวัน ภาพวาดที่เรียบง่าย สื่อให้เข้าใจได้ง่าย ภาพที่วาดมีไม่กี่เส้นแต่สื่ออารมณ์ทุกอย่าง ตอนนี้ตัวแทนวานวานใน ภาคภาพวาดการ์ตูน นอกจากจะออกมาโลดแล่นในบล็อกและหนังสือแล้ว ยังกลายมาเป็นสินค้าลิขสิทธิ์ในไต้หวันจำนวน 50 รายการ ไม่ว่าจะเป็นยางลบ, ปากกา, ดินสอ, กระเป๋า และสมุด เป็นต้น 
 

วานวานชอบ วาดรูปมาตั้งแต่เด็ก เธอเองก็ไม่ต่างจากนักอ่านการ์ตูนอีกหลายคนที่ชอบอ่านหนังสือการ์ตูนและ เติบโตมาท่ามกลางหนังสือการ์ตูนญี่ปุ่น พอเข้ามัธยมปลายจึงเลือกเรียนสายอาชีพ เข้าเรียนที่ช่างศิลป์ฟู่ซิง พอเรียนจบก็ออกมาทำงาน หนังสือเล่มแรกออกมาระหว่างที่เธอยังทำงานเป็นพนักงานออฟฟิศธรรมดาคนหนึ่ง พอบริษัทเจ๊ง เธอจึงออกมาเขียนงานในบล็อกและเขียนหนังสือเป็นงานประจำแทน แต่ละวันจะใช้เวลาอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ประมาณ 12 ชั่วโมง และตลอด 6 ปีที่ผ่านมา ไม่เคยเบื่อหรือเอือมระอากับคอมพิวเตอร์ ทุกวันเธอจะทำงานในบล็อก ซึ่งแม้จะโด่งดังแค่ไหน วานวานก็ ยังไม่ทิ้งบล็อกเพื่อไปสร้างเรื่องราวในรูปแบบเว็บไซต์ เธอบอกว่า "ฉันเติบโตมาจากบล็อก เกิดจากตรงนี้ เติบโตจากคนคลิกเพียง 4-5 คน ฉันจึงยังอยู่ที่นี่และร่วมงานกับสำนักพิมพ์แห่งแรกที่ขุดฉันขึ้นมาให้ผู้คน ได้รู้จัก ทุกคนที่มาลงความเห็นไว้ในบล็อก ฉันอ่านทุกความเห็น แต่ไม่ได้ตอบทุกความเห็น และฉันก็ยังมีอิสระในการดูแลบล็อกแต่เพียงผู้เดียว"
 

เมื่อต้องมาทำงานร่วมกับสำนักพิมพ์เพื่อออกหนังสือเล่มต่อๆ มา โดดงานทุกวันได้ไหมเนี่ย, ไม่ไปโรงเรียนได้ไหมเนี่ย, อินเลิฟทุกวันได้ไหมเนี่ย (เล่มนี้เขียนร่วมกับเรนนี่ หยาง ดาราไต้หวัน), ไปเที่ยวทุกวันได้ไหมเนี่ย (มีเรื่องราวตอนมาประเทศไทยด้วย) และอยู่บ้านทุกวันได้ไหมเนี่ย ทุกครั้งก่อนออกหนังสือ สำนักพิมพ์ต้นสังกัดและวานวานต้อง มีการกำหนดแก่นเรื่องของแต่ละเล่มร่วมกัน เช่น เรื่องโรงเรียน, ท่องเที่ยว หรือเรื่องของครอบครัว ทุกเรื่องที่ลงในบล็อกบางเรื่องก็ไม่มีในหนังสือและหลายเรื่องในหนังสือก็ เขียนขึ้นมาใหม่โดยไม่เคยปรากฏในบล็อกมาก่อน

งานเขียนเล่มต่อไปของวานวานจะ วางแผงในเดือนธันวาคมปีนี้ ซึ่งเป็นเรื่องราวของเธอที่ไปทดลองประกอบอาชีพต่างๆ 13 อาชีพ เช่น คนดูแลสุนัขเร่ร่อน คนเก็บขยะ คนขายก๋วยเตี๋ยว นักข่าว คนขายดอกไม้ เด็กเสิร์ฟ คนทำงานร้านหนังสือ นักพากย์ เธอบอกว่าตั้งใจไปทำงานอาชีพต่างๆ เพื่อเอามาเขียนหนังสือ ทำให้ได้ต่อยอดชีวิตออกไป และได้เจอเรื่องแปลกๆ บางอาชีพวานวานไปทำอยู่ 3-4 วัน บางอาชีพก็ไปทำเป็นอาทิตย์
 

ประเทศไต้หวันเรียกงานงานเขียนการ์ตูนแบบวานวานว่าภาพประกอบคำหรือภาพประกอบเรื่อง วานวานอธิบาย ถึงความแตกต่างระหว่างภาพประกอบคำกับการ์ตูนว่า "การ์ตูนต้องมีความเป็นแฟนตาซี หลุดโลก เหนือจินตนาการ แต่ภาพในแนวที่ฉันทำอยู่ ภาพกับเรื่องจะเป็นโทนเดียวกันหมด เป็นเรื่องของตัวเอง ซึ่งก่อนหน้านั้นไม่มีหนังสือแนวนี้ออกมา พอฉันทำก็มีคนทำตามเยอะมาก ในไต้หวันตอนนี้คนคลิกเข้าชมบล็อกหลักแสนเขาก็ออกหนังสือกันแล้ว ทุกคนเห็นว่านี่คือช่องทางและโอกาสทางธุรกิจ จึงพากันทำเอาๆ จนกระทั่งล้นตลาด บางสำนักพิมพ์ขอให้ได้ออกก็พอ ซึ่งมันจะทำให้มีปัญหาเรื่องคุณภาพของงานตามมา
 

หากมองในแง่งานมีคุณภาพแล้ว หนังสือประกอบคำจะมีที่โดดเด่นอยู่ไม่กี่เล่ม และการที่หนังสือจะอยู่รอดได้ก็ต้องมีคุณภาพถึงจะอยู่ได้ดีและนานที่สุด เพราะยังไงหนังสือก็จะถูกตรวจสอบโดยผู้อ่าน ในการทำงานของฉัน ก่อนออกหนังสือเล่มใหม่ ฉันกับสำนักพิมพ์จะมาคิดธีมหนังสือร่วมกัน ส่วนพล็อตเรื่องนั้น แน่นอนว่าฉันก็ต้องเติบโตและมีเรื่องราวใหม่ๆ เข้ามาในชีวิตไม่รู้จบ เช่น แต่งงาน มีครอบครัว ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในชีวิต นำมาเขียนได้หมด พล็อตก็ต้องเป็นไปตามชีวิตของฉันเอง"
 

ตลอด 6 ปีที่คร่ำหวอดอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ วานวานมี หนังสือออกมาแล้ว 5 เล่ม และมีเขียนร่วมกับดาราไต้หวัน 1 เล่ม รวมเป็น 6 เล่ม ทุกเล่มมีแปลเป็นภาษาไทยโดย อนุรักษ์  กิจไพบูลทวี จัดพิมพ์โดย Inspire สำนักพิมพ์ในเครือนานมีบุ๊คส์ ตอนนี้งานเขียนของเธอมีการแปลไปแล้ว 3 ภาษา 5 ประเทศ ได้แก่ ภาษาจีนตัวย่อ ไทย และเกาหลี และ 5 ประเทศได้แก่ จีน ไทย เกาหลี มาเลเซีย และสิงคโปร์ วานวานอยาก ออกหนังสือให้ได้ปีละ 2 เล่ม แต่บางปีก็ไปไม่ถึง หนังสือทุกเล่มที่ออกมาเธอรักเหมือนลูกและรักเท่ากัน ซึ่งลูกบางคนอาจจะดื้อหรือบอกยาก
 

ส่วนเป้าหมายในการทำงานคืออยากให้ภาพประกอบเรื่องที่เขียนอยู่พัฒนากลาย เป็นการ์ตูนและได้แปลไปในประเทศต่างๆ เยอะขึ้น ตอนนี้เธอมีโครงการใหม่ในการทำงานคือการทำสารคดีชีวิตวานวาน เพื่อทำเป็นภาพยนตร์แนวเรียลลิตี้ ส่วนงานเขียนก็พยายามผลักดันให้ทำเป็นภาษาอังกฤษและญี่ปุ่น รวมถึงการทำเรื่องออกมาในรูปแบบของแอนิเมชันเพราะในญี่ปุ่นงานเขียนแนวเดียว กับวานวาน ได้มีการทำออกมาเป็นแอนิเมชันแล้ว การนำภาพประกอบเรื่องมาทำเป็นแอนิเมชันนั้นยังมีอยู่น้อยมาก ส่วนการ์ตูนมีการนำมาทำเป็นแอนิเมชันมากกว่า
 

ชาวไต้หวันกว่า 90% จะได้อ่านการ์ตูนจากญี่ปุ่น และมีเพียงวานวานคน เดียวเท่านั้นที่สามารถขึ้นชาร์ทติดอันดับ 1 ในไต้หวันเคียงข้างกับผลงานการ์ตูนจากดินแดนปลาดิบ เรื่องราวที่เธอนำเสนออาจถือได้ว่าเป็นภาพประกอบเรื่องที่เป็นตัวแทนทาง วัฒนธรรมของไต้หวัน ผลงานทั้ง 6 เล่มมีความเป็นคนธรรมดา เหตุการณ์ธรรมดาที่สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน หลายคนรู้สึกและคิดแบบเดียวกับเธอ แม้จะต่างสังคมหรือประเทศ แต่บางอย่างที่สื่ออารมณ์เป็นอารมณ์ร่วมทางความรู้สึกที่ก้าวข้ามความต่าง ทางวัฒนธรรม และเธอยังเป็นสัญลักษณ์หรือตัวแทนของคนอีกรุ่น
 

ในอนาคต วานวานยังจะเขียนภาพประกอบเรื่องต่อไป เธอไม่ถนัดการเขียนงานวรรณกรรม แต่ถนัดเล่าเรื่องจากภาพและสามารถขมวดปมได้ดี หลังความโด่งดังของวานวาน ทำให้คุณแม่ของเธอหัดเรียนรู้การใช้อินเทอร์เน็ตจากลูกสาว และเริ่มสร้างบล็อกของตัวเองขึ้นมา วานวานจึง วางแผนเอาไว้ว่าจะทำงานภาพประกอบเรื่องร่วมกับคุณแม่ โดยให้แม่เป็นผู้ถ่ายทอดเรื่องราวและเธอเป็นผู้วาดภาพประกอบ เธอเล่าติดตลกระหว่างการให้สัมภาษณ์ว่า "เรื่องราวของแม่ ถ้าแม่เอามาเขียนคงเขียนไปร้องไห้ไป"

คุณแม่ของวานวานเล่าถึงลูกสาวไว้ใน อินเลิฟทุกวันได้ไหมเนี่ย ว่า "วานวานมี ความเป็นตัวของตัวเองและรักบ้าน ตั้งแต่เด็กก็ไม่ชอบไปข้างนอก ชอบนอนอ่านการ์ตูนอยู่บ้าน ตอนอนุบาลวาดรูปโดเรมอนจนเต็มฝาผนัง เป็นครั้งแรกที่ทำให้คุณลุงเห็นพรสวรรค์ด้านการวาดภาพ พอเข้าประถม วานวานไป ดูญาติคนหนึ่งวาดรูปประกวดที่โรงเรียนประถมเซ่อจื่อ เกิดสนใจอยากประกวดด้วยอย่างกะทันหัน จึงวาดรูปแม่กำลังซักผ้าส่งประกวด หยดน้ำจากผ้าในรูป  ดูมหัศจรรย์จนน่าทึ่ง แต่เพราะแม่ยุ่งกับการทำงาน จึงไม่ได้ส่งเสริมวานวานในด้านนี้เป็นพิเศษ การสมัครเข้าเรียนวิทยาลัยช่างศิลป์ฟู่ซิง เป็นการตัดสินใจของตัวเธอเอง ...วานวานเป็น คนประหยัด ไม่ใช้บัตรเครดิต ไม่นิยมของแบรนด์เนม เป็นคนมองโลกในแง่ดี มีอารมณ์ขัน ฉันไม่เคยรู้ว่าเธอมีเรื่องกลุ้มใจอะไรบ้าง อาจเป็นเพราะวานวานกลัวฉันจะเป็นห่วง จึงไม่แสดงออกให้ฉันรู้ก็เป็นได้ 

ตลอดเวลาที่ผ่านมา วานวานได้รับความรักและการสนับสนุนจากทุกๆ คน ทั้งเพื่อนทางอินเทอร์เน็ตและคุณหวงจวิ้นหลง เจ้าของสำนักพิมพ์ ฉันขอขอบคุณทุกคน" 

/////////////////////////////


 หมายเหตุ : ผู้เขียนขอขอบคุณ อนุรักษ์ กิจไพบูลทวี ผู้ถ่ายทอดภาษาไต้หวันเป็นภาษาไทยระหว่างการสัมภาษณ์ และสำนักพิมพ์นานมีบุ๊คส์

ผู้อ่านท่านในสนใจเรื่องราวของวานวานเพิ่มเติม

อ่านบล็อกวานวานภาษาไต้หวัน ลิงค์ไปที่ <http://www.wretch.cc/blog/cwwany>

และบล็อกวานวานภาษาไทยลิงค์ไปที่ http://wan-wan.exteen.com